Tag: #เทรนด์

5 beauty Tech 2020
ข่าวสาร

จับตา 5 Beauty Tech เทรนด์ปี 2020 เทคโนโลยีที่จะมาเนรมิตความงามเฉพาะบุคคล (Personalized Beauty)

ธุรกิจความงามเป็นธุรกิจที่ตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง การเข้ามาของเทคโนโลยี อาจจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบ แต่กลับเป็นการสร้างโอกาสมหาศาลให้กับตลาดนี้ ในแง่ของลูกค้า เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าจะยิ่งช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิต สอดคล้องกับยุคสมัยใหม่ที่เร่งรีบ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์หรือสินค้านั้น ๆ รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงตลาดกลุ่มใหม่ ๆ อีกด้วย ปี 2020 นี้อาจจะเป็นปีแห่งความรุ่งเรืองของ Beauty tech ทั้งในไทยและต่างประเทศ ไปดูกันว่าจะมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมอะไรเจ๋ง ๆ มาให้เราได้สัมผัสกันบ้าง

1. นวัตกรรมแห่งการบำรุงผิว ใช้ IoT ออกแบบสกินแคร์ให้เหมาะกับสภาพผิวในแต่ละวัน

จาก pain point ของผู้ใช้สกินแคร์ที่ประสบกับปัญหาใช้มาหลายตัวแล้วไม่ตอบโจทย์ เพราะผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดส่วนใหญ่ค่อนข้าง mass ไม่ตรงกับสภาพผิวและตอบปัญหาผิวไม่ตรงจุด ถ้าจะให้ดี ก็มีเป็นสูตรของตัวเองเลยดีกว่ามั้ย ?

IoT ออกแบบสกินแคร์
IoT ออกแบบสกินแคร์

แบรนด์เครื่องสำอางค์ญี่ปุ่นรายใหญ่ จึงนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเปลี่ยนชีวิตคนยุคดิจิทัลที่เร่งรีบ ยุ่งยาก ให้แค่ใช้สกินแคร์ตัวเดียวจบ แก้ปัญหาผิวอย่างตรงจุด ครบทุกปัญหาผิวอย่าง นวัตกรรมสกินแคร์ที่ทำงานร่วมกับแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ผ่าน IoT service พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยวิเคราะห์ตรวจจับสภาพผิวของผู้ใช้ในแต่ละวันแบบเรียลไทม์ แล้วประมวลผล personalize ออกมาเป็นครีมสูตรเฉพาะที่มีส่วนผสมที่ลงตัวที่สุดให้เหมาะกับสภาพผิวแต่ละวัน และเหมาะกับผิวผู้ใช้งานที่สำคัญ สามารถออกแบบครีมเฉพาะตัวได้มากถึง 80,000 สูตร ให้คุณได้เป็นเจ้าของครีมบำรุงดูแลผิวที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง

2. มิติใหม่แห่งการปกปิด ด้วยเครื่องลบริ้วรอยและจุดด่างดำให้หายไปในชั่วพริบตา

เครื่องลบริ้วรอยและจุดด่างดำเฉพาะจุด

อีกหนึ่งผลิตภัณท์ที่เจาะกลุ่มตลาด personalized beauty อย่าง “Opté Precision Skincare System” เครื่องลบริ้วรอยและจุดด่างดำเฉพาะจุด แก้ไขจุดบกพร่องบนใบหน้าให้หายไปในทันที เพียงแค่สแกน เครื่องจะวิเคราะห์และตรวจจับ ริ้วรอย หรือ จุดด่างดำต่าง ๆ บนผิวหน้า ด้วยเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้งานมีผิวที่สวยสมบูรณ์แบบ เครื่องจะเริ่มทำงานด้วยการบำรุงผิว โดยใช้มอยเจอไรเซอร์และซีรั่ม หลังจากนั้นจึงเริ่มปกปิดด้วยการเติมเมคอัพเฉพาะจุดให้โดยอัตโนมัติ ที่เคลมว่าให้ความติดทนยาวนานถึง 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ข้อดีของการเติมเมคอัพเฉพาะจุด ยังจะช่วยให้ไม่เปลืองเนื้อผลิตภัณฑ์ และสบายผิว Opté Precision Skincare System ทำงานผ่านระบบอัลกอริทึ่มที่มีความแม่นยำสูง จึงสามารถวิเคราะห์เม็ดสีผิว และเลือกเฉดสีที่เหมาะกับของผู้ใช้แต่ละคนได้ ทำให้ได้ผลลัพธ์เนียนเหมือนกับการใช้ Photoshop เลยทีเดียว

3. แพลตฟอร์มบริการเสริมความงามสัญชาติไทย GoWabi กับการบริการและราคาที่คุณเลือกเอง

GoWabi
Source: https://techsauce.co/news/gowabi-raises-seed-funding-from-500-tuktuks

“GoWabi” แพลตฟอร์มที่รวบรวมบริการความงามอย่างครบถ้วนกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ และยิ่งไปกว่านั้นคือผู้ใช้บริการจะได้รับราคาที่ถูกกว่าปกติอีกด้วย รับรองเลยว่า ทั้งสวยและประหยัดในแบบที่คุณเลือกเอง นอกจาก GoWabi จะช่วยมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้บริการแล้ว ยังมีส่วนช่วยสร้างเม็ดเงินในตลาดบิวตี้ให้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เข้ากับกระแสดิจิทัลดิสรัปท์ชั่นที่เปลี่ยนไป ที่พฤติกรรมผู้บริโภคหันมาพึ่งการซื้อขายผ่านทางออนไลน์มากขึ้น GoWabi ให้บริการเสริมความงามแบบครบวงจร โดยที่คุณสามารถค้นหาร้านที่ต้องการ จองและจ่ายเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญคือผู้ใช้บริการไม่ต้องรอคิวอีกต่อไป จองเวลาที่สะดวก ถึงร้านปุ๊ป ได้ทำปั๊ป
GoWabi มีบริการเสริมความงามที่หลากหลายมากทั้ง spa & massage, facial treatments, hair removal, eyebrow & eyelash services, hair treatments, manicure & pedicure สามารถเลือกได้เลยตามความต้องการ สามารถเลือกความสวยในแบบฉบับของตนเอง ผ่านแอพพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ https://www.gowabi.com/th

4. กระจกวิเศษ สไตลิสต์ส่วนตัวที่ช่วยให้ก้าวออกจากบ้านได้อย่างมั่นใจเต็มร้อย

Source: https://www.himirror.com/en-US/

ในที่สุด กระจกวิเศษในนิทานที่เราเคยได้อ่านกัน ก็กลายเป็นรูปธรรมในยุคสมัยนี้ โลกแห่งเทคโนโลยีได้ยกระดับประสบการณ์ความงามด้วย “HiMirror” กระจกอัจฉริยะที่ช่วยสามารถแปลงโฉมเราตั้งแต่หัวจรดเท้า ผ่านการสั่งงานด้วยเสียง Amazon Alexa Voice Control นอกจากนี้ ยังช่วยวิเคราะห์สภาพผิวหน้าอย่างละเอียดในแต่ละวันด้วย ผ่านการสแกนใบหน้าด้วย AI พร้อมกับคำแนะนำการดูแลผิวรายบุคคลผ่าน VDO ล้ำไปอีกขั้นด้วยการนำ AR (Augmented Reality) มาช่วยทดลองแต่งหน้า  ที่จะช่วยให้การตัดสินใจเลือกใช้เมคอัพง่ายขึ้นมาก ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกเช่นอีก เช่น Virtual Beauty box บอกคุณได้ว่าผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่ใช้แล้วได้ผลกับคุณมากที่สุด พร้อมกับการนำเสนอสินค้าความงามด้วยแบรนด์ดัง ๆ ต่าง ๆ มากมาย มีเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ วัดความชื้น ระบบเปิดทำงานอัตโนมัติ (Auto-wake-up Sensor) มีการพยากรณ์อากาศแต่ละวัน ตรวจสอบสภาพแสง UV นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถฟังเพลงผ่าน Spotify ได้อีกด้วย

5. Personalize น้ำหอมด้วย AI

Personalize น้ำหอมด้วย AI

ศาสตร์แห่งการปรุงน้ำหอมได้พัฒนาไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI ถือว่าเป็นการสร้างความแปลกใหม่ให้ตลาดอย่างมาก เพราะปกติแล้ว การปรุงน้ำหอมถือเป็นงานที่ใช้ประสาทสัมผัสผ่านมนุษย์อย่างจมูกในการคัดแยกกลิ่น เลือกกลิ่นที่ดีที่สุด การเข้ามาของ AI จึงมาช่วยรังสรรค์กลิ่นของน้ำหอมให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าที่พิเศษและไม่ซ้ำใคร จนบริษัทด้านเทคโนโลยี IBM ได้พัฒนา AI ที่มีชื่อว่า Philyra โดยนำข้อมูลจากบริษัท Symrise มากำหนดกลุ่มเป้าหมายในการปรุงน้ำหอมเฉพาะตัว ซึ่ง Symrise เป็นบริษัทปรุงน้ำหอมระดับโลกที่ผลิตน้ำหอมให้กับแบรนด์ดัง ๆ มากมาย เช่น Estée Lauder, Avon, Coty และ Donna Karan ล่าสุดได้ดีไซน์น้ำหอมจนกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในบราซิล ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Egeo ON by O Boticário” ที่ได้รับโจทย์และแรงบันดาลใจจากกลุ่มคนยุค millennials ในประเทศบราซิล นอกจากนี้ Symrise เองได้ลงทุนในสตาร์ทอัพน้ำหอม Phlur กว่า 6 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ขายน้ำหอมออนไลน์ผ่านการแมทช์เพลงโปรดกับรูปภาพของลูกค้า เพื่อออกแบบน้ำหอมที่แสดงเอกลักษณ์ตัวตนและสะท้อน character ของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

หากท่านสนใจสร้างแบรนด์ของตัวเอง ผลิตสินค้าเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สำหรับผิว หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในแบรนด์ของตัวเอง สามารถขอคำปรึกษาได้ที่นี่ CLICK!!!
FB:ILC-International Laboratories
Tel : 02-346-8222-4
E-mail : export@ilc-cosmetic.com
j_bussaba@ilc-cosmetic.com
www.ilc-cosmetic.com
Line: @ilc_cosmetic

References

https://www.facebook.com/gowabi/
https://www.fragrantica.com/news/Artificial-Intelligence-AI-The-Digital-Era-in-Perfumes-Arrives-First-in-Brazil-12355.html
https://www.racked.com/2017/1/26/14362724/phlur-fragrance-startup

NEWS, ข่าวสาร

“การตลาดโลกสวย” เทรนด์รักษ์โลก โอกาสสร้างแบรนด์

การตลาดโลกสวย

“การตลาดโลกสวย” ผู้บริโภคสายกรีน เมื่อผู้บริโภคเปลี่ยนไป แบรนด์ก็ต้องปรับตัว ก่อนจะตกขบวน เมื่อแบรนด์รักโลก โดยกลุ่มสินค้าที่มาแรงในปี 2563 ได้แก่ สินค้าที่ใช้วัตถุดิบย่อยสลายง่ายและกลับมาใช้ซ้ำ สินค้าหรือบริการที่ใช้พลังงานสะอาด สินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สินค้าอีโค่มีดีไซน์ตอบสนองคนรุ่นใหม่

โดย วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เผยผลวิจัยการตลาดโลกสวย Voice of Green ระบุผู้บริโภคคนไทยสายกรีน   เจาะลึกแนวโน้มการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า และบริการที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยงานวิจัยได้แบ่งประเภทสายกรีน ดังนี้

1.สายกรีนตัวแม่ 37.6%  ตั้งใจทำทุกอย่าง และยินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

2.สายกรีนตามกระแส 20.8% ทำตามกระแสใช้สินค้าอีโค่ แต่ยังขาดทัศนคติด้านความต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อม

3.สายสะดวกกรีน 15.7% มีความเข้าใจในการปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่ยังเคยชินกับการบริโภคแบบเดิม ๆ

 4.สายโนกรีน 26.0% ยังไม่พร้อมใช้จ่ายเพื่อสิ่งแวดล้อม และยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เพราะมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก

Gen Baby boomer  (อายุ 55-73 ปี) มีแนวโน้มเป็นสายกรีนตัวแม่สูงสุด รองลงมาเป็น Gen X  (อายุ 39-54 ปี) ,  Gen Y (อายุ 23-38 ปี) และ Gen Z (อายุต่ำกว่า 23 ปี)

ถ้าองค์กร เปลี่ยน ผู้บริโภคก็พร้อมจะ “เปลี่ยน”  แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมของผู้บริโภค แบ่งได้เป็น 4 ระดับ คือ

Level 1 : 61% มีความคิดที่จะหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม

Level 2 : 10% เริ่มมีพฤติกรรมใส่ใจสิ่งแวดล้อม และติดเงื่อนไข บางอย่าง เช่น คิดหนักถ้าต้องจ่ายเงินเพิ่มเมื่อซื้อสินค้า Eco

Level 3 : 16% มีพฤติกรรมใส่ใจสิ่งแวดล้อมบ้าง และยอมจ่ายในราคาที่สูงขึ้น

Level 4 : 13% ทำจนเป็นนิสัยในชีวิตประจำวัน

เราจะเปลี่ยนผู้บริโภคได้อย่างไร งานวิจัยได้นำเสนอ “ กลยุทธ์การตลาดโลกสวย” ดังนี้

Early : ปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กรุ่นใหม่

สายสะดวกกรีนและโนกรีน  41.7% ส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มเจน Y เจน Z กลุ่มนี้มีความใส่ใจสิ่งแวดล้อมยังไม่มากนัก ดังนั้นต้องเริ่มปลูกฝังเรื่องสิ่งแวดล้อม Gen Y และ Gen Z เป็นกำลังในการเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศต่อไป

Now or Never : ปัญหาสิ่งแวดล้อมควรแก้ไขทันที

สายโนกรีนมีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมยังไม่มาก สาเหตุจากการคิดว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนต้องแก้ไข และไม่ใช่หน้าที่ ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขและดำเนินการทันที เพราะปัญหาจะบานปลายจนแก้ไม่ได้อีกเลย

Viral : สื่อสารปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างทั่วถึง

ต้องสื่อสารปัญหาสิ่งแวดล้อมให้เป็นกระแส ขยายเป็นวงกว้าง โดยใช้เครื่องมือ Social media ที่ช่วยในการแพร่กระจาย ทำ Viral ปัญหาสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็น เรื่องกระจายในวงกว้าง จะสามารถสร้าง Impact ในการเปลี่ยนแปลงโลกของอย่างมหาศาล

Innovative :ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม และดีไซน์

กลุ่ม SME หรือองค์กรธุรกิจใหญ่ ควรขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและการออกแบบสินค้า/บริการให้มีดีไซน์ จากการศึกษา พบว่า คนไทย 37.6% อยู่ในสายกรีนตัวแม่  ยินดีซื้อสินค้าหรือบริการที่แพงขึ้น เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

“เทรนด์ธุรกิจโลกสวย” แบรนด์รักโลก ผู้บริโภครักแบรนด์

1) ธุรกิจสินค้าวัตถุดิบ “ย่อยสลายง่ายและนำกลับมาใช้ซ้ำ”

2) ธุรกิจสินค้า Eco มีดีไซน์ “ตอบสนองคนรุ่นใหม่”

ธุรกิจ Design ทั้งผลิตภัณฑ์และ Packaging ที่ตอบสนองคนรุ่นใหม่ เท่ คูล และรักษ์โลก เช่น Freitag ที่ทำมาจากผ้าใบของ รถบรรทุก หรือเป็นธุรกิจ Packaging กินได้ การออกแบบต้องสวยงาม เท่ ดูดี มีเอกลักษณ์ เพื่อคนถ่ายรูปได้ต่อ เป็นต้น

3) ธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการ “ที่ใช้พลังงานสะอาด” เช่น ธุรกิจศูนย์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบสนองกลุ่มคนใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือธุรกิจไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากแสงแดด เป็นต้น

4) ธุรกิจสินค้าหรือบริการ “ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” เช่น  ธุรกิจอาหารที่มีวัตถุดิบจากพืชแทนการใช้เนื้อสัตว์ในการแปรรูป เพราะการเลี้ยงสัตว์ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จำนวนมาก หรือธุรกิจวัสดุภาชนะที่ทำจากไม้ไผ่หรือฟางข้าว เป็นต้น

เราต่างตระหนักรู้ว่าการรักษาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องรับผิดชอบ และต้องยอมเสียสละ ความสะดวกสบายบ้างอย่างออกไปบ้าง ซึ่งการทำให้เกิดการเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และภาคองค์กรธุรกิจ ซึ่งในระดับองค์กรธุรกิจหรือผู้ประกอบการนั้นได้เริ่มให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอยู่หลายประการ เพื่อมุ่งหวังการเติบโตตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ที่สามารถสร้างกำไรระยะยาวสอดรับกับกระแส“การค้าสีเขียว” เพื่อความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมต่อไป

หากท่านสนใจสร้างแบรนด์ของตัวเอง ผลิตสินค้าเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์สำหรับผิว หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในแบรนด์ของตัวเอง สามารถขอคำปรึกษาได้ที่นี่ CLICK!!!
FB:ILC-International Laboratories
Tel : 02-346-8222-4
E-mail : export@ilc-cosmetic.com
j_bussaba@ilc-cosmetic.com
www.ilc-cosmetic.com
Line: @ilc_cosmetic

ที่มา: วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ข้อมูลวิจัยการตลาดโลกสวย Voice of Green: เพื่อโลก เพื่อเรา

https://www.sdperspectives.com/next-gen/voice-of-green-cmmu/

https://positioningmag.com/1260108

https://www.thebangkokinsight.com/270757/

https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9630000003750

https://www.everydaymarketing.co/trend-insight/voice-of-green-marketing-cmmu-eco-trend-2020/

#การตลาดโลกสวย #สร้างแบรนด์ #ผลิตเครื่องสำอาง #โรงงานรับผลิตเครื่อสำอาง #ILC #SJI #milott #derma-innovation #wathoothorn #โรงงานผลิตครีม #ผลิตครีม #ผลิตลิป

NEWS, ข่าวสาร

Anti-Pollution Skinecare เทรนด์ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่อต้านมลภาวะ

Anti-Pollution

ความต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อความงามต่อต้านมลภาวะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อ วิกฤตฝุ่นพิษ PM 2.5 กลับมาครั้ง เหตุความกดอากาศต่ำ บวกปริมาณรถยนต์วิ่งกว่าวันละ 10 ล้านคันใน กทม. เป็นแหล่งต้นกำเนิดฝุ่นกว่าร้อยละ 75

แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ฝุ่นฟุ้งกระจายหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร อยู่ในเกณฑ์ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และผลกระทบของอากาศที่เป็นพิษบนผิว อนุภาคขนาดเล็ก เป็นอันดับสองรองจากดวงอาทิตย์เท่านั้น ในแง่ของการเกิดริ้วรอยและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในการดูแลผิวที่ออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับพวกมัน

การค้นหาในอินเตอร์เน็ต หัวข้อ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่อต้านมลภาวะเพิ่มขึ้น 73% ในอนาคตผลิตภัณฑ์ป้องกันมลพิษจะเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกับครีมป้องกันแสงแดด ผลิตภัณฑ์บางอย่างปกป้องร่างกายจากมลภาวะเช่นเดียว กับครีมกันแดดในขณะที่ผลิตภัณฑ์อื่นเป็นน้ำยาทำความสะอาดที่กำจัดอนุภาคนาโนที่เป็นอันตราย หนึ่งในผลิตภัณฑ์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือมาสก์ต่อต้านมลภาวะ ซึ่งเป็นที่มาของความนิยม ที่เพิ่มขึ้นของมาสก์เพื่อการแก้ไขอย่างรวดเร็ว

Mask For Anti-Pollution

ผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อสุขภาพของเราได้รับการศึกษามาเป็นเวลานาน  ในแง่ของการดูแลผิวมีงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่ามลภาวะสามารถนำไปสู่สิ่งต่าง ๆ เช่นการอักเสบและริ้วรอยก่อนวัยดังนั้นความนิยมที่เพิ่มขึ้นของความงามที่ต่อต้านมลภาวะและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

“ ผิวหนังของเราส่งผลกระทบต่อสิ่งที่เรา [ดูดซับ] เข้าสู่ร่างกายของเรา เราต้องปกป้องตัวเองจากโลกภายนอก” Natalya Rachkova ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท The Better Skin Co. กล่าวว่า เรารู้แล้วว่าควรกินอะไรและเราควรออกกำลังกายและดื่มน้ำเธอพูดว่า“ แต่เราต้องปกป้องตนเองจากสภาพแวดล้อมภายนอกด้วย”

อนุภาคขนาดเล็กเหล่านั้นทั้งหมดสามารถแทรกซึมและอุดตันรูขุมขนของเรา DR. Devika Icecreamwala แพทย์ผิวหนังซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเบิร์กลีย์รัฐแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า“ เราสังเกตว่ามลภาวะเป็นสาเหตุทำให้ผิวดูหมองคล้ำไม่สม่ำเสมอและเปลี่ยนสีได้หรือไม่”  การได้รับสารมลพิษในอากาศเป็นเวลานานสามารถทำให้คอลลาเจนแตกตัวได้ นั่นคือสิ่งที่“ การดูแลผิวต่อต้านมลภาวะ” เข้ามา ดังนั้นการดูแลผิวต่อต้านมลภาวะจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ“ ต่อต้านอนุภาคในอากาศที่นำไปสู่การทำลายผิว”

Anti-Pollution Skin

การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ต่อต้านมลภาวะคือ “กำจัดอนุภาคขนาดเล็กเหล่านั้นออกจากรูขุมขนดังนั้นจึงไม่อุดตันจริง ๆ อีกต่อไปและยังช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะที่สามารถแทรกซึมชั้นลึกลงไปได้เพราะ มลพิษนั้นสามารถทำลายคอลลาเจนได้จริง ๆ ”

สารต้านอนุมูลอิสระโดยเฉพาะวิตามินซีมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผิวของเราจากผลกระทบของมลพิษในอากาศ พวกเขาทั้งสองแนะนำการรวมเซรั่มวิตามินซีในการดูแลผิวประจำวันของคุณ วิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ช่วยป้องกันการก่อตัวของอนุมูลอิสระ (อะตอมที่ไม่เสถียรที่สามารถทำลายเซลล์และอาจนำไปสู่การแก่ก่อนวัย) และ การเกิดเม็ดสี”

ความเสี่ยงต่อผลกระทบของมลภาวะผิวหนัง

“ ยิ่งคุณอยู่ใกล้กับมลพิษมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งส่งผลกระทบต่อคุณมากขึ้นเท่านั้น” Chapas กล่าวโดยจากประสบการณ์ของเธอ“ คนกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ ดูเหมือนจะมีความเสียหายต่อผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับมลพิษมากกว่าคนต่างจังหวัด”โดยเฉพาะผู้ที่เดินไปและออกจากที่ทำงาน โดยขนส่งสาธารณะ  อาจสังเกตเห็นผลกระทบของมลภาวะต่อผิวมากกว่าคนที่อาศัยอยู่ในเขตชานเมืองหรือชนบท ชุมชน.

การป้องกันเป็นขั้นตอนแรกในการต่อสู้กับผลกระทบของมลพิษ ใช้สารต้านอนุมูลอิสระสามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนได้ใหม่เมื่อถูกทำลายลง  และแน่นอนคุณควรใช้ครีมกันแดดเสมอซึ่งช่วยป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมที่เกิดจากรังสี UVA และ UVB ของดวงอาทิตย์  ปกป้องผิวของคุณด้วยครีมกันแดด  และช่วยป้องกันคอลลาเจนจากการเสื่อมสภาพเช่นกัน

หากท่านสนใจผลิต ผลิตภัณฑ์ดูแลสภาพผิว และป้องกันมลภาวะ หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว อื่นๆ ผลิตครีม-เซรั่ม บำรุงผิว ในแบรนด์ของตัวเอง สามารถขอคำปรึกษาได้ที่นี่ CLICK!!!
FB:ILC-International Laboratories
Tel : 02-346-8222-4
E-mail : export@ilc-cosmetic.com
j_bussaba@ilc-cosmetic.com
www.ilc-cosmetic.com
 Line: @ilc_cosmetic
Contact us
#ผลิตครีม #ผลิตเซรั่ม #โรงงานรับผลิตครีม #โรงงานรับเซรั่ม #PM2.5 #ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่อต้านมลภาวะ #ผลิตภัณฑ์ป้องกันมลพิษ #โรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง
ที่มา : https://www.huffpost.com/entry/skin-care-anti-pollution_l_5ca76a19e4b047edf9596ea0
https://www.cosmoprof-asia.com/blog/anti-pollution-skincare-the-latest-beauty-trend/
โรงงานผลิตเครื่องสำอาง